OPERATION BIM (Balancing Immunity)

OPERATION BIM (Balancing Immunity)
OPERATION BIM (Balancing Immunity) จะส่งผลให้ประชากรโลกสามารถมีอายุยืนขึ้น มีความสุขมากขึ้น มีสุขภาพดียิ่งขึ้น เพราะร่างกายสามารถป้องกันสิ่งและสารแปลกปลอมจากภายนอกที่ทำลายสุขภาพและก่อให้เกิดโรคร้าย เช่น สารเคมีอันตราย เชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส ตลอดจนเซลล์มะเร็ง และ ร่างกายสามารถลดอาการผิดปกติ ซึ่งเกิดขึ้นจากสภาวะแพ้ภูมิตัวเอง SLE สะเก็ดเงิน ภูมิแพ้ กระเพาะลำไส้อักเสบ กรดไหลย้อน ข้อเข่าเสื่อม เก๊าท์ รูมาตอยด์ เบาหวาน โรคหัวใจ ตับเสื่อมไตวาย หอบหืด สันนิบาต และ มะเร็ง เป็นต้น

วันอังคารที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

นักวิชาการแนะอยากรักสดชื่นต้องทำให้สดใหม่ทุกวัน




นักวิชาการแนะอยากรักสดชื่นต้องทำให้สดใหม่ทุกวัน


ผ่านวันแห่งความรักกันมาแล้ว คงมีหลายคู่ที่มีความสุขสมหวังในวันดังกล่าว อย่างไรก็ดี หากทุกคนมุ่งให้ความสำคัญกับวันแห่งความรักที่ผ่านมาเพียงปีละ 1 วัน ความสุขที่หวังไว้ในชีวิตคู่คงไม่เกิดอย่างที่ต้องการเป็นแน่

ดร.จิตรา ดุษฎีเมธา ประธานโครงการศูนย์ให้คำปรึกษาและพัฒนาศักยภาพมนุษย์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เปิดเผยว่า แม้จะผ่านวันแห่งความรักมาแล้ว แต่ก็อยากเห็นทุกคนรักษาความรักของตัวเอง และของคนในครอบครัวด้วยการรู้จักที่จะสนใจ ใส่ใจ เสริมสร้างกำลังใจให้แก่กัน ซึ่งถ้าเรามีตรงนี้จะทำให้เรารักษาความรักของตัวเองและคนในครอบครัวไว้ได้อย่างไม่มีปัญหา

"คนส่วนใหญ่จะสนใจ ใส่ใจ ดูแลคนไกลตัวมากกว่าคนใกล้ตัว เพราะเราถือว่าคนใกล้ตัวยังไงก็ไม่หนีเราไปไหน เป็นของ ๆ เรา คนส่วนใหญ่จึงไม่สนใจ ไม่ใส่ใจ ไม่รักษาความรู้สึกของคนใกล้ตัวแต่จะไปสนใจและรักษาความรู้สึกของคนไกลตัว"

"อยากฝากถึงคู่รัก หรือบุคคลที่อยู่กันแบบครอบครัว คือแต่งงานกันแล้วว่า หากไม่อยากให้คู่รักตัวเองแบ่งความรัก หรือความสนใจให้คนอื่น ต้องทำวันธรรมดาทุก ๆ วันให้เป็นวันที่พิเศษ ไม่ธรรมดา และต้องหาความสนุกสนานให้ชีวิต อย่าให้เหตุผลว่ารู้จักกันแล้ว กลับถึงบ้านไม่มีอะไรคุยกัน หากเป็นเช่นนี้จะทำให้เกิดสภาวการณ์ที่เรียกว่า หลงลืมและเริ่มเบื่อหน่าย เพราะทุกวันคู่รักหรือคู่ครองก็เหมือนเดิมทุกวัน"

การเทคนิคทำวันธรรมดา ๆ ให้ไม่ธรรมดา เช่น อาจจะชวนกันไปกินข้าวนอกบ้านบ้าง หรือหาเวลาทำกับข้าว หรืออาจจะทำผมทรงใหม่ แต่งตัวแบบใหม่ให้คนรักของเรารู้สึกมีชีวิตชีวา รวมถึงตัวเราเองก็จะได้ไม่จำเจ การทำสิ่งแปลกใหม่จะทำให้ชีวิตมีสีสัน ถือเป็นการเพิ่มคุณภาพรักให้มั่นคงมากขึ้น

“อย่าลืมว่าความรักเป็นเรื่องของอารมณ์ ความรู้สึก ซึ่งไม่ใช่เรื่องของเหตุผล ดังนั้นเมื่อเป็นเรื่องของอารมณ์ความรู้สึก ย่อมจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ทุกเวลา บางอารมณ์เกิดเบื่อ เพราะทุกอย่างมันจำเจ ซ้ำซาก ด้วยเหตุนี้เองทำให้ผู้คนสมัยนี้จึงนิยมการมีกิ๊กมากขึ้น เพราะพวกเขาต้องการความแปลกใหม่ ต้องการความสดชื่น สดใส อะไรที่ทำจนชิน เขาต้องการปลดปล่อย และต้องการติดตาม การมีกิ๊กของผู้ชายหรือผู้หญิงยุคสมัยนี้ สืบเนื่องมาจากเขาเบื่อหน่ายความซ้ำซาก จำเจ จากชีวิต การงาน ครอบครัว และต้องการปลดปล่อยชีวิต แบบปล่อยตัว ปล่อยใจ เพื่อให้ชีวิตมีความสุขมากขึ้น เหตุนี้เองทำให้คนสมัยนี้มีกิ๊ก" ดร.จิตรากล่าวทิ้งท้าย

ที่มา:manager online

รายการสุขและสวย โดย BIM100 ครั้งที่ 7

ข้อคิดดีๆสำหรับวันแห่งความรักจาก รศ.ดร. เสรี วงษณ์ มณฑา
ช่วงสุข :
งาน Operation BIM กับทุกปัญหาสุขภาพครั้งที่ 17 ตอนที่ 1 (มะเร็งลำไส้ใหญ่)
ช่วงสวย:
Leg Trimming Fantasia มหกรรมการแข่งขันเหลาขาโดย SlimSAFE Special Formula ครั้งที่ 1 ตอนที่ 2/2


รับชมข้อมูลสุขภาพและความงาม
จาก รายการสุขและสวย โดยBIM100
เพิ่มเติมได้ที่

บิม100 BIM100 (อันตราย! โรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพอง) BIM100



อันตราย! โรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพอง

ผศ.นพ.วรวงศ์ ศลิษฏ์อรรถกร ภาควิชาศัลยศาสตร์

นิษฐ์ภัสสร ห่อเนาวรัตน์ เรียบเรียง

ถ้าเอ่ยถึงโรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพอง หลายคนอาจไม่คุ้นหู หากแต่โรคนี้เป็นอันตรายถึงชีวิต

โรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพอง ส่วนใหญ่พบในผู้สูงอายุ และอาจพบในผู้ที่มีความผิดปกติทางพันธุกรรมหลายระบบ เช่น กลุ่มอาการ Marfan ซึ่งมักมีความผิดปกติของหลอดเลือดตั้งแต่วัยหนุ่มสาว จะสังเกตได้ว่าคนกลุ่มนี้มีรูปร่างสูงผอม แขนขาและนิ้วยาว เพดานปากสูง สายตาผิดปกติ และอาจมีโรคลิ้นหัวใจรั่วร่วมด้วย

โรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองพบได้ทั้งในทรวงอก หรือช่องท้อง ถ้าเป็นในทรวงอก อาจมีหรือไม่มีอาการ อาการที่พบคือ แน่นหน้าอก ปวดหลัง หน้ามืดหมดสติ หรือไอเป็นเลือด ซึ่งเกิดจากการปริแตกของหลอดเลือดแดงใหญ่ บางครั้งมีอาการจากการกดเบียดของหลอดเลือดต่ออวัยวะข้างเคียง เช่น กดหลอดลม ทำให้หายใจลำบาก กดเบียดหลอดอาหาร ทำให้กลืนลำบาก กดเบียดเส้นประสาทที่เลี้ยงกล่องเสียง ทำให้เสียงแหบ เป็นต้น

ถ้าเป็นในช่องท้อง อาจคลำพบก้อนเต้นได้ในช่องท้อง หรือมีอาการปวดท้อง ปวดหลังร่วมด้วย

จะรู้ว่าเป็นโรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองหรือไม่ แพทย์จะวินิจฉัยโดยการซักประวัติ ตรวจอาการ เอกซเรย์ร่วมกับการตรวจด้วยเครื่องอัลตราซาวนด์ หรือเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan)

สำหรับการรักษา จะเริ่มตั้งแต่การควบคุมความดันโลหิตและปัจจัยเสี่ยง การตรวจติดตามเฝ้าระวังเป็นระยะๆ รวมถึงการผ่าตัด การรักษาด้วยวิธีผ่าตัดจะขึ้นอยู่กับอาการและสภาพร่างกายของผู้ป่วย ขนาดหลอดเลือดแดงใหญ่ที่โตจนเสี่ยงต่อการปริแตก หรือหลอดเลือดแดงใหญ่ที่โตเร็วผิดปกติ ซึ่งแพทย์จะพิจารณาและประเมินเพื่อให้ผู้ป่วยได้ทราบและร่วมในการวางแผนการรักษาที่เหมาะสมต่อไป


ท้ายนี้เรามีวิธีป้องกันโรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองในผู้สูงอายุมาฝาก เริ่มตั้งแต่การหมั่นตรวจสุขภาพเป็นประจำ รักษาโรคความดันโลหิตสูงอย่างต่อเนื่อง งดสูบบุหรี่ ควบคุมระดับไขมันในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ และควบคุมน้ำหนักไม่ให้อ้วน เพื่อจะได้ห่างไกลจากโรคครับ


รายการบิม100 BIM100 ตอน กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด



ดูแลสุขภาพด้วยหลักภูมิคุ้มกันสมดุล Operation BIM
หรือโทร 089-071-8889 คุณ อานนท์


บิม100 (BIM100) :กระดูกพรุนในผู้สูงอายุ





กระดูกพรุนในผู้สูงอายุ


โรคกระดูกพรุนเป็นภัยเงียบสำหรับผู้สูงอายุ เพราะผู้ป่วยโรคนี้มักไม่ค่อยมีอาการแสดงให้เห็น โดย รศ.นพ.วิวัฒน์ วจนะวิศิษฐ หัวหน้าภาควิชาออร์โธปิดิกส์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล บอกว่า โรคกระดูกพรุน เกิดจากความหนาแน่นของกระดูกหรือมวลกระดูกมีน้อยลง จนทำให้กระดูกเปราะกว่าปกติ หักง่าย มักไม่ค่อยแสดงอาการ แต่ผู้ป่วยบางคนอาจจะมีอาการ เช่น หลังโก่ง เตี้ยลง เช่น จากที่เคยสูง 170 เซนติเมตร แล้วเตี้ยลง 160-165 เซนติเมตรอันนี้ชัดเจน

ขณะนี้ประเทศไทยตรวจพบผู้ป่วยที่ เป็นโรคกระดูกพรุนเพิ่มสูงขึ้น สถิติขององค์ การอนามัยโลก พบว่า โรคกระดูกพรุนเป็นปัญหาทางสาธารณสุขที่มีความสำคัญต่อประชากรผู้สูงอายุมากที่สุด โดยผู้หญิงมีโอกาสกระดูกหักจากโรคนี้มากถึง 30-40% ในขณะที่ผู้ชายมีโอกาสกระดูกหัก 13%

กระดูกตะโพกหักจากภาวะกระดูกพรุนส่วนใหญ่ จะทุพพลภาพและเสียชีวิตค่อนข้างมาก แม้ว่าจะได้รับการรักษาโดยการผ่าตัดอย่างดี และการดูแลหลังการผ่าตัดอย่างถูก ต้อง คือประมาณ 20% จะเสียชีวิตภายใน 1 ปี และ 50 % ไม่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างอิสระได้ด้วยตัวเอง ดังนั้นผู้ที่เป็นโรคกระดูกพรุนแล้ว ต้องระมัดระวังไม่ให้เกิดพลัดตกหกล้ม

การรักษาด้วยวิธีผ่าตัด มี 2 วิธี ได้แก่ การดามด้วยโลหะชนิดพิเศษ และการผ่าตัดเปลี่ยนข้อตะโพกเทียมบางส่วน หลังผ่าตัดรักษา มีโอกาสที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น การติดเชื้อ ภาวะหลอดเลือดดำอุดตัน หรือการที่ผู้ป่วยไม่สามารถลุกเดินได้ในเวลาอันรวดเร็ว ทั้งนี้หลังผ่าตัดผู้ป่วยจะต้องฝึกทำกายภาพบำ บัด การเคลื่อนไหวลุกเดิน นอกจากนี้คนไข้ยังต้องได้รับการดูแลรักษาภาวะกระดูกพรุน และดูแลสภาพแวดล้อมที่บ้านเพื่อไม่ให้เกิดการล้มได้ง่ายอันจะนำมาซึ่งการเกิดกระดูกหักซ้ำอีกด้วย

รศ.นพ.วิวัฒน์ กล่าวว่า ผู้หญิงในวัยหมดประจำเดือนเป็นผู้ที่มีความเสี่ยงต่อภาวะกระดูกพรุน เนื่องจากฮอร์โมนเอสโตรเจนจะลดลง ทำให้มวลกระดูกของผู้หญิงในกลุ่มวัยนี้ลดลงถึง 3-5% ต่อปี ขณะที่มวลกระดูกของผู้ชายจะลดลง 0.8 % ดังนั้นแนะนำให้ผู้หญิงที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป เสริมการรับประทานแคลเซียม ที่ได้จากอาหาร และนม ออกกำลังกายกลางแจ้ง เพื่อรับวิตามินดี โดยทั่วไปควรได้รับแคลเซียมวันละ 800 มิลลิกรัม แต่ข้อมูลจากการศึกษากลับพบว่า คนไทยได้รับแคลเซียมเพียงวันละ 361 มิลลิกรัมต่อวันเท่านั้น

โรคกระดูกพรุนยังมีปัจจัยสำคัญมากจากพันธุกรรม ดังนั้นผู้หญิงที่มีประวัติครอบครัวทางสายมารดาเป็นโรคกระดูกพรุน ควร ได้รับการตรวจภาวะกระดูกพรุน รวมถึงผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น ผู้หญิงที่หมดประจำเดือนก่อนวัย คนรูปร่างผอมบาง ขาดแคลเซียมและวิตามินดี สูบบุหรี่ คนที่ดื่มแอลกอฮอล์และกาแฟเป็นประจำ ขาดการออกกำลังกาย การรับประทานยากลุ่มสเตียรอยด์ติดต่อกันเป็นเวลานาน

การตรวจหาโรคกระดูกพรุนที่นิยมทำกันในปัจจุบันจะตรวจด้วยเครื่องวัดมวลกระดูก การตรวจก็ไม่ยุ่งยาก ไม่เจ็บตัวและรู้ผลในเวลาอันรวดเร็ว คนที่มีความเสี่ยงต่อภาวะกระดูกพรุน หรืออายุ 65 ปีขึ้นควรได้รับการตรวจ หากได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคกระดูกพรุน แพทย์จะให้ยาต้านภาวะกระดูกพรุน ซึ่งมีทั้งชนิดฉีดและรับประทาน แต่การให้ยานั้น แพทย์จำเป็นต้อง
ตรวจคัดกรองผู้ป่วย เพื่อพิจารณาให้ยาตามความจำเป็น.


รายการ BIM100(บิม100) ตอน มวลกระดูกบาง



ข้อมูลเพิ่มเติมงานวิจัยเพื่อสุขภาพ Operation BIM
หรือ ติดต่อ คุณ อานนท์ 089-0718889




'สารกำจัดศัตรูพืช' สะสมในคนก่อเหตุเซ็กซ์เสื่อม-หมัน-มะเร็ง




'สารกำจัดศัตรูพืช' สะสมในคนก่อเหตุเซ็กซ์เสื่อม-หมัน-มะเร็ง


แถมอันตรายต่อระบบสมองและประสาทโดยอาการพิษมี 2 แบบ คือแบบพิษเฉียบพลัน อาการเกิดขึ้นทันทีทันใด เช่นปวดศีรษะ มึนงง ท้องเสีย ตาลาย หายใจติดขัด เสียชีวิตได้ และแบบพิษเรื้อรัง อาการจะค่อยๆ ปรากฏหลังได้รับพิษ

เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดตัวโครงการ "เกษตรกรปลอดโรค ผู้บริโภคปลอดภัย สมุนไพรล้างพิษ กายจิตผ่องใส" ที่โรงแรมสตาร์ อ.เมือง จ.ระยอง ซึ่งเป็นโครงการส่งเสริมสุขภาพเกษตรกรป้องกันการเจ็บป่วยจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่ใช้ในการเกษตร และคุ้มครองสุขภาพผู้บริโภคทั้งประเทศ ให้ปลอดภัยจากสารเคมีตกค้างในผักผลไม้

ดำเนินการเป็นปีแรก เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา 84พรรษาในปี 2554เริ่มให้บริการพร้อมกันทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 14กุมภาพันธ์ 2554เป็นต้นไป โดยจะให้บริการตรวจเลือดแก่เกษตรกรทุกจังหวัดจำนวน 840,000คนฟรีเพราะสารเคมีกำจัดศัตรูพืชส่วนมากมีอันตรายต่อระบบสมองและประสาท บางชนิดมีผลกระทบต่อฮอร์โมนการสืบพันธุ์ ทำให้เป็นหมันเสื่อมสมรรถภาพทางเพศได้ บางชนิดทำให้ตับอักเสบ เป็นมะเร็ง โดยอาการพิษมี 2แบบ คือแบบพิษเฉียบพลัน อาการเกิดขึ้นทันทีทันใด เช่นปวดศีรษะ มึนงง ท้องเสีย ตาลาย หายใจติดขัด เสียชีวิตได้ และแบบพิษเรื้อรัง อาการจะค่อยๆ ปรากฏหลังได้รับพิษ
ที่มา:สสส.

ดูแลสุขภาพด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด จาก รายการBIM100
โดยทีมวิจัย Operation BIM
ข้อมูลเพิ่มเติม 089-0718889 คุณอานนท์



ค่าต้านอนุมูลอิสระสูงที่สุดในโลก
ที่โด่งดังจากคลิป โดม กินวิตามิน

วีว่าพลัส VIVA plus

 
   
OPERATION BIM ปฏิบัติการภูมิคุ้มกันบำบัด ดูแลปัญหาจากสภาวะแพ้ภูมิตัวเอง SLE สะเก็ดเงิน ภูมิแพ้ กระเพาะอักเสบ กรดไหลย้อน ไมเกรน ข้อเข่าเสื่อม เก๊าท์ รูมาตอยด์ เบาหวาน โรคหัวใจ ตับเสื่อม ไตวาย หอบหืด สันนิบาต และมะเร็ง เป็นต้น






กินยาคุม ผลพลอยได้-หน้าใสสิวยุบ ชัวร์หรือมั่วนิ่ม!?





กระแสฮอตมาแรงในหมู่ผู้หญิง กระเทย เก้ง กวาง ยกขบวนแห่ซื้อ "ยาคุมกำเนิด" กินอุตลุด หวังผลพลอยได้ให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ไร้สิว ใบหน้าดูดีเกลี้ยงเกลา อ้อ! แถมหน้าอกหน้าใจยังตู้ม สะโพกผายทอร์นาโดอีกซะด้วย!

"หนูเคยรักษาสิวด้วยการกินยาคุม บอกได้เลยค่ะว่า มันได้ผลดีมาก สภาพผิวหน้าเราตอนนั้นเป็นสิวอักเสบ อุดตัน หน้ามันมาก(เน้นเสียง) รูขุมขนกว้าง แต่งหน้าไม่ติด หน้ามันขั้นเทพ แต่พอกินยาคุม ประมาณ 3-4 เดือน สิวยุบ
ดีกว่าการไปหาหมอผิวหนังรักษาสิวอีกนะ ประหยัดกว่าด้วย พี่คิดดูยาคุมแผงละ 200 กว่าบาท แต่หาหมอทีครั้งนึงเป็นพัน"

น้องนักศึกษาคนสนิทบอกเล่าถึงประโยชน์ของการกินยาคุมให้ผู้เขียนฟัง
"เพื่อนๆ หนูกินกันทั้งนั้นแหล่ะพี่ บางคนกินตั้งแต่มัธยม พอหยุดกินสิวก็บุก ต้องกลับมากินใหม่ กลายเป็นติดยาคุมไปเลย" ยิ่งตอกย้ำความแรงของยาคุมในหมู่วัยรุ่นจริงๆ
แพร่หลายสะพัดกันขนาดนี้งั้นเราขอไปคุยกับ ผศ.พญ.สุวิรากร โอภาสวงศ์ ประชาสัมพันธ์สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย กันดีกว่าเพื่อความกระจ่างแจ้ง ว่าสารพัดประโยชน์ของยาคุมที่น้องนักศึกษากล่าวไว้ข้างต้น ชัวร์หรือมั่วนิ่ม!
"ยาคุมมีหลายประเภท ได้แก่ ยาคุมกำเนิดชนิดรวม (combined pills) คือ ยาทุกเม็ดจะมีส่วนประกอบของเอสโตรเจน (estrogen) และโปรเจสเตอโรน (progesterone) ในขนาดเท่ากันทุกเม็ด โดยมีอยู่ 21 เม็ด ส่วนยาคุมชนิด 28 เม็ด อีก 7 เม็ด จะเป็น vitamin, staech หรือ ferrous fumarate ซึ่งเป็นยาคุมที่นิยมใช้กันมากที่สุด
ยาคุมกำเนิดเลียนแบบธรรมชาติ (sequential pills) ยาชุดหนึ่ง 15-16 เม็ดแรก ประกอบด้วยเอสโตรเจนอย่างเดียว ส่วน 4-5 เม็ดหลังจะมีทั้งเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน ทั้งนี้เพื่อเลียนแบบธรรมชาติแต่ปัจจุบันนี้ไม่ใช้ยาคุมกำเนิดเลียนแบบธรรมชาติแล้ว เนื่องจากเกิดอาการข้างเคียงมาก และประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดไม่แน่นอน

ส่วน Mini pills ยาทุกเม็ดประกอบด้วยโปรเจสเตอโรนอย่างเดียวในขนาดน้อยมากส่วนใหญ่ใช้รักษาความผิดปกติของประจำเดือน หรือรับประทานเวลาต้องการเลื่อนประจำเดือน
และ Postcoital or morning after pills เป็นยาคุมกำเนิดชั่วคราวที่ใช้ระยะสั้น หลังจากมีเพศสัมพันธ์และกันไม่ให้ตั้งครรภ์ ชนิดนี้มีฮอร์โมนสูง ไม่ควรใช้บ่อยใช้เมื่อจำเป็นจริงๆ
เนื่องจากยาคุมมีหลายอย่างเพราะฉะนั้นจะบอกว่ายาคุมทุกชนิดทำให้ผิวพรรณดีขึ้นก็ไม่ถูกต้อง
หากฮอร์โมนเอสโตรเจนเยอะ แน่นอนจะทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งแต่ในขณะเดียวกันอาจจะทำให้เกิดฝ้า และมะเร็งเต้านมได้”

คุณหมอสุวิรากรบอกด้วยว่า อยากสิวลดต้องทานตัวยาที่มีฤทธิ์ต้านฮอร์โมนเพศชาย เพราะสาเหตุของสิวมาจากฮอร์โมนเพศชายสูงเกินไป ฉะนั้นทานยากลุ่มนี้จะทำให้สิวลดลง
“ยาคุมที่ดีต้องมีฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนต้องบาลานซในสัดส่วนที่พอเหมาะ
การใช้เอสโตรเจนเดี่ยวๆ ก็มีผลทำให้ผนังมดลูกหนาตัวมากไปทำให้โอกาสเสี่ยงเป็นมะเร็งทางระบบสืบพันธ์ ร่วมทั้ง เสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมสูงขึ้น ส่วนโปรเจสเตอโรน เป็นตัวที่เป็นแอนตี้แอนโตรเจน ตัวนี้ทานเข้าไปจะเกิดการคั่งของน้ำ บวมน้ำ สังเกตว่าเวลามีประจำเดือน เราจะรู้สึกว่าเราเปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวล หน้าอกใหญ่ขึ้น สะโพกผาย เพราะว่าน้ำคั่งขึ้นมานั่นเอง”
คุณหมอไม่ฟันธงว่ากินยาคุมแล้วผิวพรรณเปล่งปลั่ง

“ฉะนั้นจะพูดว่า กินยาคุมแล้วผิวเปล่งปลั่งก็ไม่ได้ หรือจะบอกว่ากินยาคุมแล้วรักษาสิวก็ไม่ได้ กินยาคุมแล้วจะเกิดฝ้าก็ไม่ใช่ อันนี้แล้วแต่ชนิดของยาคุมด้วยค่ะ"
คุณหมอชี้ว่า ยาคุมตอบสนองได้ดีกับสิวที่เกิดจากฮอร์โมน
"เราต้องสังเกตด้วยว่าคนไข้มีสิว เกิดจากอะไร เกิดจากฮอร์โมนหรือไม่ เพราะการเกิดสิว มีสาเหตุหลายอย่าง เช่น เกิดจากต่อมไขมันทำงานเยอะเนื่องจากอิทธิพลของฮอร์โมน มีการอุดตันที่ผิวหนัง แบคทีเรีย P.acne เข้าไปทำให้เกิดการอักเสบ”

คุณหมอแนะวิธีสังเกตคนไข้สิวโผล่จากสาเหตุฮอร์โมน
"การสังเกตว่าคนไข้มีสิวเพราะต่อมไขมันทำงานเยอะจากฮอร์โมนหรือไม่นั้น ข้อสังเกตคือ สิวมักจะเห่อทุกรอบเดือนช่วงประจำเดือนมา จะมีสิวมาก พอประจำเดือนหมดสิวก็ยุบ พอประจำเดือนมาสิวก็เยอะอีก สิวพวกนี้จะตอบสนองจากฮอร์โมนค่อนข้างดี
และอีกจุดสังเกตคือ มีลักษณะคล้ายผู้ชาย มีขน หนวด ประจำเดือนเยอะ เราอาจจะพิจารณาใช้ยาคุมกำเนิดรักษา แต่ไม่ได้เป็นยาอันดับแรกที่หมอจะเลือก จะพิจารณาในรายที่เขาอยากจะคุมกำเนิดอยู่แล้ว และลักษณะเพศชายเยอะ มีสิวขึ้นทุกรอบเดือน ใช้ยาทา และรับประทานยาปฎิชีวนะไม่ดีขึ้น จึงจะให้กินยาคุม

แต่การกินยาคุมนั้นจะไม่เห็นผลว่าสิวยุบในเดือนแรก ต้องเริ่มกินไปสัก 2-3 เดือน จะเห็นว่าสิวเริ่มลดลง ผิวดีขึ้น เพราะต่อมไขมันจะค่อยๆ ทำงานน้อยลง ดังนั้นหน้าจะมันน้อยลงด้วย
แต่ไม่ใช่จะมีอาการหน้าแห้งเหมือนทาน โรแอคคิวเทน(Roaccutane) หรือ กรดวิตามินเอ อันนั้นจะลดการทำงานของต่อมไขมัน ทำให้การอุดตันลดลง และการอักเสบ ลดลงด้วย โดยไม่ได้ไปปรับฮอร์โมน แต่มีข้อเสียที่น่ากลัวคือถ้ากินแล้วหากท้องลูกจะพิการ ถ้ารับประทานอยู่และอยากจะตั้งท้องต้องหยุดอย่างน้อย 1 เดือน และะยังมีผลข้างเคียงต่อระบบต่างๆในร่างกายด้วย จึงจัดอยู่ในพวกยาอันตรายต้องใช้โดยแพทย์เท่านั้น”

การสั่งยาคุมให้คนไข้คุณหมอไม่ได้สั่งตามใจคนไข้ ต้องดูตามความเหมาะสม
"เพราะยาคุมกำเนิดมีผลข้างเคียงได้ ผลางเคียงที่พบบ่อยได้แก่ คลื่นไส้ อาเจียน เวียนศีรษะ น้ำหนักตัวเพิ่ม ปวดศีรษะ แบบไมเกรน ยาคุมบางชนิดทำให้สิวเห่อขึ้นได้ บางชนิดเป็นฝ้า บางคนทานแล้วประจำเดือนมากระปริดกระปรอย โดยเฉพาะที่ผู้ที่ทานยาไม่ครบ
บางคนทานยาคุมแล้วมีการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ ได้แก่เกิดอาการซึมเศร้า วิตกกังวลมากขึ้น เป็นผลมาจากโปรเจสโตเจนสูง

อาการข้างเคียงที่รุนแรง แต่พบไม่บ่อยคือ เส้นเลือดอุดตัน Deep vein thrombosis , และมีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมสูงขึ้นกว่าผู้ที่ไม่ได้รับประทานยาคุม
นอกจากนี้ ยาคุมกำเนิดยังมีผลต่อยาหลายตัว เช่น ยาปฏิชีวนะ ยาละลายลิ่มเลือด และยาหลายตัวก็มีผลต่อยาคุม ทำให้ประสิทธิภาพการคุมกำเนิดลดลง"


*คุณหมอฝาก*

"จุดประสงค์การใช้ยาคุมกำเนิดเป็นการใช้เพื่อป้องกันการมีลูก หรือลดอาการปวดประจำเดือน และเลื่อนการมีประจำเดือนในบางเวลาออกไปเท่านั้น ผู้ที่กินยาคุมแล้วผิวสวย ไร้สิวฝ้า เป็นเพียงผลข้างเคียงจากฤทธิ์ยา ไม่ได้เป็นข้อบ่งชี้ในการใช้
การใช้ยาคุมเพื่อหวังผลให้รักษาสิว ผิวขาว ลดขนดก เหมือนกับการขี่ช้างจับตั๊กแตน เพราะการใช้ฮอร์โมนไปนานๆ โดยไม่มีข้อบ่งชี้ อาจทำให้เกิดมะเร็งเต้านมในเพศหญิง หรือเกิดมะเร็งต่อมลูกหมากในเพศชาย และเกิดผลเสียในระยะยาวได้
การที่จะมีผิวขาวใสอยู่ที่การดูแล อย่าให้ผิวแห้ง หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด ใช้ยากันแดด สวมเสื้อผ้าที่ปกปิด หมวก ร่ม ช่วยกันแดด รับประทานอาหารจำพวกผัก ผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงๆ ดื่มน้ำมากๆ พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ไม่เครียด ไม่สูบบุหรี่" คุณหมอสุวิรากรเผยกลเม็ดผิวเด้งปิดท้าย

อ๊ะ! เพียงเท่านี้คุณก็ได้เป็นเจ้าของผิวสวยได้ไม่ยากเลยล่ะค่ะ

ที่มา: lady manager


อยากหน้าใสไร้สิวอย่างปลอดภัย ไม่ต้องกินยาคุม
ไม่มีผลข้างเคียง ดูที่คลิปรายการBIM100นี้เลย ค่ะ!!!








OPERATION BIM (Balancing Immunity) จะส่งผลให้ประชากรโลกสามารถมีอายุยืนขึ้น มีความสุขมากขึ้น มีสุขภาพดียิ่งขึ้น เพราะร่างกายสามารถป้องกันสิ่งและสารแปลกปลอมจากภายนอกที่ทำลายสุขภาพและก่อให้เกิดโรคร้าย เช่น สารเคมีอันตราย เชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส ตลอดจนเซลล์มะเร็ง และ ร่างกายสามารถลดอาการผิดปกติ ซึ่งเกิดขึ้นจากสภาวะแพ้ภูมิตัวเอง โรคเอสแอลอี SLE  สะเก็ดเงิน ภูมิแพ้ โรคกระเพาะ ลำไส้อักเสบ กรดไหลย้อน ข้อเข่าเสื่อม เก๊าท์ รูมาตอยด์ เบาหวาน โรคหัวใจ ตับเสื่อม ไตวาย หอบหืด สันนิบาต และ มะเร็ง เป็นต้น

รายละเอียดเพิ่มเติม คลิ๊ก!!!

หรือโทร. 089-071-8889