OPERATION BIM (Balancing Immunity)

OPERATION BIM (Balancing Immunity)
OPERATION BIM (Balancing Immunity) จะส่งผลให้ประชากรโลกสามารถมีอายุยืนขึ้น มีความสุขมากขึ้น มีสุขภาพดียิ่งขึ้น เพราะร่างกายสามารถป้องกันสิ่งและสารแปลกปลอมจากภายนอกที่ทำลายสุขภาพและก่อให้เกิดโรคร้าย เช่น สารเคมีอันตราย เชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส ตลอดจนเซลล์มะเร็ง และ ร่างกายสามารถลดอาการผิดปกติ ซึ่งเกิดขึ้นจากสภาวะแพ้ภูมิตัวเอง SLE สะเก็ดเงิน ภูมิแพ้ กระเพาะลำไส้อักเสบ กรดไหลย้อน ข้อเข่าเสื่อม เก๊าท์ รูมาตอยด์ เบาหวาน โรคหัวใจ ตับเสื่อมไตวาย หอบหืด สันนิบาต และ มะเร็ง เป็นต้น

วันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2555

นักวิจัยไทยเจ๋ง! สกัดสารมังคุดทั้งลูก เพิ่มเม็ดเลือดขาว “ต้าน-กำจัด” มะเร็ง


นักวิจัยไทยเจ๋ง! สกัดสารมังคุดทั้งลูก เพิ่มเม็ดเลือดขาว “ต้าน-กำจัด” มะเร็ง


นักวิจัยไทยเจ๋ง! สกัดสารมังคุดทั้งลูก
เพิ่มเม็ดเลือดขาว “ต้าน-กำจัด” มะเร็ง



ราชินีผลไม้ไทย “มังคุด” มีคุณประโยชน์ให้ทึ่งอีก หลังนักวิจัยค้นพบสูตรสารธรรมชาติช่วยต้านมะเร็งจากมังคุดทั้งลูก ระบุชัดผลทดลองในห้องแล็บ สารสกัดจากมังคุดช่วยสร้างเม็ดเลือดขาวชนิด Th1 และ Th17 มีฤทธิ์ช่วยกำจัดและป้องกันการก่อเกิดเซลล์มะเร็งเกือบทุกชนิดได้ แถมน้ำยังสร้างเม็ดเลือดขาวชนิด Treg ที่ช่วยจัดระเบียบให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันสมดุล ขณะที่ผลทดลองกับผู้ป่วยมะเร็งปอดระยะสุดท้าย พบว่าคนไข้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเป็นผลงานของศูนย์วิจัยและพัฒนามังคุดไทย บมจ.เอเชียน ไฟย์โตซูติคอลส์ ร่วมกับ ม.เชียงใหม่



โดยศูนย์วิจัยและพัฒนามังคุดไทย บ.เอเชียน ไฟย์โตซูติคอลส์ จก.(มหาชน) ร่วมกับ ม.เชียงใหม่ แถลงข่าวที่ รร.สวิสโซเทล เลอ คองคอร์ด กรุงเทพฯ เปิดตัวผลงานวิจัย “สูตรสารธรรมชาติ ต้านมะเร็งจากมังคุด” หวังเป็นทางเลือกให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งระยะสุดท้าย หรือผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจากหลากหลายปัจจัย ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในช่วงชีวิตที่เหลืออยู่
ศ.ดร.พิเชษฐ์ วิริยะจิตรา” หน.ศูนย์วิจัยและพัฒนามังคุดไทย ในฐานะ กก.ผจก.บมจ.เอเชียน ไฟย์โตซูติคอลส์ เผยว่า งานวิจัยดังกล่าวเป็นการต่อยอดนำเอาคุณประโยชน์ของสารสกัด GM-1 ที่มีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ดื้อต่อยาปฏิชีวนะราคาแพง ลดการอักเสบได้เป็น 3 เท่าของแอสไพริน มีสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าวิตามินอี และสามารถกำจัดเซลล์มะเร็งในหลอดทดลองอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งได้จากเปลือกมังคุดมาพัฒนาเป็นสูตรสารธรรมชาติ (Balancing Immunity-BIM) ที่ผสมรวมกับสารสกัดจากฝรั่ง งาดำ ถั่วเหลือง และใบบัวบก จนได้อาหารเสริมชนิดดีที่ช่วยปรับระดับภูมิคุ้มกันในร่างกายให้สมดุล โดยมีผลช่วยเพิ่มการผลิตเม็ดเลือดขาวชนิด Th1 ที่ทำหน้าที่ในการกำจัดเซลล์มะเร็ง เชื้อรา แบคทีเรีย รวมถึงไวรัส และเม็ดเลือดขาวชนิด Th17 ที่ทำหน้าที่ช่วยป้องกันการเกิดเซลล์มะเร็ง โดยไม่มีผลข้างเคียงใดๆ


ศ.ดร.พิเชษฐ์ กล่าวต่อว่า ในขณะที่นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ทั่วโลก เพียรพยายามเพาะเม็ดเลือดขาวชนิด Th17 เพื่อนำไปใช้ในการรักษามะเร็งมาตั้งแต่ปี 2550 แต่ก็ยังไม่สบความสำเร็จอย่างแน่นอนและปลอดภัย โดยสามารถทำให้ผู้ป่วยในต่างประเทศ หายจากมะเร็งเม็ดเลือดขาวได้จริง 2 ใน 3 ราย อีก 1 รายที่เหลือแค่มีอาการดีขึ้น ทว่า ในอีกหลายกรณีเกิดผลข้างเคียงจนนำไปสู่การเสียชีวิตของผู้ป่วย
“แต่นักวิทยาศาสตร์ไทยกลับวิจัยทดลองจนประสพผลสำเร็จ ในการสร้างเม็ดเลือดขาวชนิด Th17 ขึ้นในร่างกาย โดยใช้สารสกัดจากมังคุดและธัญพืชของไทยอย่างปลอดภัย เพราะผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยา หรือ อ.ย.แล้ว เพียงแต่ต้องทานควบคู่ไปกับน้ำมังคุดเข้มข้น 80% ที่สกัดจากเนื้อและเมล็ด ซึ่งมีสารไปกระตุ้นให้ร่างกายสร้างเม็ดเลือดขาวชนิด Treg เพิ่มขึ้น เพื่อไปคานการเพิ่มเม็ดเลือดขาวชนิด Th1 และ Th17 ให้อยู่ในระดับสมดุลพอดี ไม่ก่อให้เกิดโรคภูมิคุ้มกันต่อต้านตัวเองหรือเป็นโรคภูมิแพ้” หัวหน้าศูนย์วิจัยและพัฒนามังคุดไทย บมจ.เอเชียน ไฟย์โตซูติคอลส์ ระบุ

ที่มา:นสพ.บ้านเมือง วันที่ 9/08/2555

 
  
OPERATION BIM ปฏิบัติการภูมิคุ้มกันบำบัด ดูแลปัญหาจากสภาวะแพ้ภูมิตัวเอง SLE สะเก็ดเงิน ภูมิแพ้ กระเพาะอักเสบ กรดไหลย้อน ไมเกรน ข้อเข่าเสื่อม เก๊าท์ รูมาตอยด์ สิวเรื้อรัง เบาหวาน โรคหัวใจ ตับเสื่อม ไตวาย หอบหืด สันนิบาต และมะเร็ง เป็นต้น 

วันพฤหัสบดีที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ไขมันทำเซ็กส์หด




ไขมันทำเซ็กส์หด

หลายคนชอบกินอาหารที่มีไขมันสูง
 โดยเฉพาะไขมันไตรกลีเซอไรด์ที่พบได้ในของทอดและอาหารประเภทแป้ง แต่การกินของมัน ๆ นอกจากจะเสี่ยงกับโรคร้ายสารพัด เช่น โรคหลอดเลือดแข็งตัว โรคอ้วน และโรคเบาหวาน ไขมันยังเป็นตัวการทำให้สมรรถภาพทางเพศลดลงอีกด้วย

ไขมันไตรกลีเซอไรด์พบมากในอาหาร
ประเภทแป้ง คุณรู้หรือไม่ว่าในข้าวเหนียวมีไขมันประเภทนี้อยู่ในปริมาณมาก ส่วนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ประเภทเบียร์และเหล้าก็มีไขมันไตรกลีเซอไรด์ในปริมาณมากเช่นกัน สิงห์นักดื่มนอกจากจะเสี่ยงกับการเป็นโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ หรือโรคเบาหวานแล้ว พฤติกรรมเมาแบบหัวราน้ำยังส่งผลให้เจ้าหนูไม่สู้อีกด้วย

วิธีเบื้องต้นในการสังเกตตัวเอง
ว่ามีปริมาณไขมันสูงหรือไม่ ให้ลองดูที่รอบนัยน์ตาบริเวณผิว
หนังที่หัวตาว่ามีไขมันเป็นกระจุกสีเหลืองติดอยู่หรือเปล่า กระจุกไขมันสีเหลืองนี้เรียกว่า แซนโทม่า หากไม่พบบริเวณผิวหนังที่หัวตา แซนโทม่าก็อาจไปโผล่อยู่ตรงข้อเท้า ข้อเข่า หรือหลังเอ็นร้อยหวาย

หนุ่มที่โหมทำงานหนักโดยละเลยกา
ดูแลสุขภาพ พึงสังวรไว้หน่อยก็ดีว่า การตรวจเลือดเพื่อตรวจเช็กปริมาไขมันเป็นสิ่งจำเป็น อย่าคิดว่าผู้สูงอายุเท่านั้นที่ต้องเข้าโรงหมอเพื่อตรวจเลือด หากพบว่าไขมันในเลือดอยู่ในเกณฑ์สูงผิดปกติ ก็ควรหันมาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหาร หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง งดเว้นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แบ่งเวลางานมาออกกำลังกายเสียบ้าง พอปฏิบัติได้ตามนี้แล้วปริมาณไขมันในเลือดก็จะลดลง เจ้าหนูที่เคยอ่อนเปลี้ยเพลียแรงก็จะกลับมาฟิตปั๋งได้อีกครั้ง







วันอาทิตย์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2555

โรคไมเกรน ปวดหัวอันแสนทรมาน



โรคไมเกรน ปวดหัวอันแสนทรมาน

ที่มา โรงพยาบาลเวชธานี

ปัญหาทางระบบประสาทอย่างหนึ่ง ที่สร้างความทรมานอย่างยิ่งให้กับผู้ที่ต้องเผชิญคือ อาการปวดหัว โดยมากมักเป็น ๆ หาย ๆ บ้างก็ทราบสาเหตุ บ้างก็ไม่รู้ว่าเกิดขึ้นเพราะอะไร แต่เมื่อเป็นแล้วนอกจากจะสร้างความเจ็บปวดให้กับร่างกายแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อการทำงานและการดำเนินชีวิตในด้านอื่น ๆ อีกด้วย

ปวดศีรษะ (Headaches)

ปัญหาของอาการปวดศีรษะมักเกิดจากสาเหตุต่า งๆ ทั้งจากโรคของสมอง เช่น เนื้องอกในสมอง โรคหลอดเลือดสมอง การอักเสบของเส้นประสาท และปัญหาที่มาจากปัจจัยภายนอก เช่น ความดันโลหิตสูง รับประทานยาบางชนิด เป็นไข้ กระดูกคอเสื่อม ความเครียด ไมเกรน สาเหตุ ต่าง ๆ เหล่านี้ อาจแยกจากกันไม่ได้ชัดเจน ต้องอาศัยการตรวจพิเศษและดุลยพินิจของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการตรวจรักษา เพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้

อาการสำคัญที่ควรพบแพทย์ด่วน

 1.อาการปวดศีรษะเฉียบพลัน หรือปวดศีรษะอย่างรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
 2.มีอาการอาเจียน เป็นไข้ คอแข็ง แขนขาชาและอ่อนแรง ตามองไม่เห็น เป็นอาการร่วมกับการปวดศีรษะ หรือเป็นอาการนำ
 3.เสียการทรงตัว หมดสติ สับสนจำอะไรไม่ได้
 4.ผู้ป่วยที่กินยาแก้ปวดเป็นเวลานานกว่า 3 เดือน แต่อาการไม่ทุเลาหรือมีอาการมากขึ้น

ปวดศีรษะ ไมเกรน

ไมเกรน และความเครียด เป็นสาเหตุของการปวดศีรษะ 85-90% ของประชากรทั่วไป ปวดศีรษะ ไมเกรน มีอาการดังต่อไปนี้

 ปวดเป็นพักๆ จะเป็นๆ หายๆ ข้างใดข้างหนึ่ง ปวดตุบๆ เหมือนชีพจรกำลังเต้น บางรายปวดมากจนทำงานไม่ได้
 อาการปวด ไมเกรน มักปวดบริเวณหน้าผาก รอบดวงตา ขมับและขากรรไกร
 อาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน
 เห็นแสงสว่าง แสงสี ตาพร่ามัว ก่อนหรือระหว่างการปวดศีรษะ ไมเกรน
 ระยะเวลาในการปวด ไมเกรน นานประมาณ 2-3 ชั่วโมง ซึ่งมักพบการปวด ไมเกรน ในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย

อาการปวดศีรษะ ไมเกรน มัก จะเริ่มช่วงวัยรุ่นเมื่ออายุมากขึ้น บางครั้งผู้ป่วยที่เป็นไมเกรนอาจจะมีอาการนำ aura เช่นเห็นแสงแลบ ตามองไม่เห็น ชาซีกใดซีกหนึ่งเรียกว่า “Classic Migrain” แต่ส่วนใหญ่ไม่มีอาการนำเรียกว่า “Common Migrain”  ถึงแม้ว่า ไมเกรน เป็นโรคที่รักษาไม่หายขาด แต่หากเข้าใจโรคและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ก็สามารถทำให้ควบคุมโรค ไมเกรน ได้

สาเหตุของการปวดศีรษะ ไมเกรน

ปัจจุบันยังไม่ทราบแน่ชัดว่า สาเหตุของ ไมเกรน เกิดจากอะไร เชื่อว่าเกิดจากการหลั่งสารเคมีรอบๆ เส้นเลือดสมอง ทำให้มีการปวด ไมเกรน เกิดขึ้น

ปัจจัยกระตุ้นที่ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ ไมเกรน

 1.การนอนหลับมาก หรือน้อยเกินไป หรือนอนไม่เป็นเวลา
 2.รับประทานอาหารไม่เป็นเวลา หรืออดอาหารนานๆ น้ำตาลในเลือดต่ำ
 3.เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และอาหารที่มีส่วนผสมของผงชูรสและสารกันบูด เนยแข็ง ช็อกโกแลต
 4.สิ่งแวดล้อม เช่น อุณหภูมิเปลี่ยนแปลง อากาศร้อน รวมทั้งกลิ่นต่างๆ เช่น กลิ่นน้ำหอม กลิ่นเหม็น ควันบุหรี่ ควันจากท่อไอเสีย
 5.การนั่งทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆ
 6.ฮอร์โมนเพศสูง ช่วงมีประจำเดือน และการตั้งครรภ์ในช่วงเดือนแรกๆ

การวินิจฉัยโรค ไมเกรน

แพทย์จะทำการวินิจฉัยโรค ไมเกรน โดย การซักประวัติและตรวจร่างกายทางระบบประสาท โดยถามถึงลักษณะอาการปวด ตำแหน่งที่ปวด ความรุนแรงของอาการปวด อาการเตือนก่อนปวด และอาการร่วม รวมถึงระยะเวลาที่ปวดแต่ละครั้ง ความถี่ของการปวด เป็นต้น สำหรับการปวดศีรษะจากโรคอื่นๆ อาจมีลักษณะคล้ายกัน บางครั้งจึงมีความจำเป็นต้องตรวจพิเศษ เพื่อจำแนกโรคให้ชัดเจน

การรักษา ไมเกรน

 1.ควรดูแลและรักษาสุขภาพอย่างใกล้ชิด นอนให้เพียงพอ นอนให้เป็นเวลา
 2.หลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นที่ท่านสามารถสังเกตได้ เช่น อาหาร สิ่งแวดล้อม
3.การรักษาเพื่อขจัดความปวดโดยการใช้ยา ซึ่งมีทั้งยาแก้ปวด ไมเกรน และยาป้องกัน ไมเกรน ซึ่งการจะใช้ยาชนิดใด ควรได้รับการแนะนำหรือปรึกษาจากแพทย์ก่อน



 





WellUp C-Rum เวลอัพซีรั่ม เบต้ากลูแคนลิขสิทธิ์จาก Wellmune 

สหรัฐอเมริกา สูตรพิเศษเพิ่มภูมิคุ้มกัน จากงานวิจัยระดับโลก


Wellmune WGP® สุดยอดนวัตกรรมใหม่ล่าสุด ที่ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงขึ้น เพื่อสุขภาพที่ดีของทุกคนในครอบครัว   Wellmune WGP® คือ เบต้ากลูแคน ทีมีโครงสร้างเฉพาะ (Beta 1,3/1,6 Gluco Polysaccharide (Yeast Beta-Glucan)) ได้จากผนังเซลล์ของเบเกอร์ยีสต์( Baker Yeast - Saccharomyces cerevisiae) สายพันธุ์พิเศษ โดยวิธีการสกัดและทำให้บริสุทธิ์ ทีได้รับสิทธิบัตรของบริษัท Biotera Inc., อเมริกา  Wellmune WGP® เท่านั้น ที่่มีผลวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์บนวารสารการแพทย์สากลทีได้รับการยอมรับ มากมาย เกี่ยวกับ การติดเชื้อ ทางเดินหายใจส่วนบน โรคไข้หวัด การติดเชื้อ Anthrax อาการภูมิแพ้จากไข้ ละอองฟาง การเจ็บป่วยและความเครียดที่เกิดจากการใช้กำลังทางร่างกายสูง และจากการทำงานหนัก การต่อต้านมะเร็ง                      ภาพที่ 1 แสดง วารสารทางการแพทย์ที่ใช้ Beta Glucan Wellmune WGP ในการศึกษา การต่อต้านเซลล์ มะเร็ง *บ่อยครั้ง ที่ผู้ผลิตBeta Glucan จากแหล่งอื่น มักอ้างผลวิจัยของ Wellmune WGP® ซึ่งมีโครงสร้างของB-1,3/1,6-Glucan ที่มี ความถี่ ปริมาณ และความยาวของBranched Chain แตกต่างกัน มีผลทำให้การออกฤทธิ์ในร่างกายแตกต่างกัน และไม่สามารถนำผลวิจัยมาใช้อ้างอิงแทนกันได้     เบต้ากลูแคนทำงานอย่างไรในร่างกาย เมื่อเรารับประทาน เบต้ากลูแคน Wellmune WGP® เข้าไป Wellmune WGP® จะถูกย่อยที่บริเวณผนังลำไส้เล็กส่วน lleum ที่เรียกว่า Peyer's Patches โดย เซลล์มาโครฟาส หรือ เซลล์ต่อสู้โรค ให้กลายเป็นแท่ง (fragment) เล็กๆ ของ B-1,3/1,6-Gluco Polysaccharide จะไปจับกับ Receptor ของ Neutrophils (เซลล์เม็ดเลือดขาวที่คอยกำจัดเชื้อโรค) ซึ่่งจะทำให้ Neutrophils มีความจำเพาะเจาะจงกับเชื้อโรค มากขึ้น เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการค้นหาและจับกับสิ่งแปลกปลอมเพื่อทำลายสิ่งแปลกปลอมในร่างกายได้เร็วขึ้น    วิดีโอสาธิต การทำงานของ เบต้ากลูแคน Wellmune WGP® ในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงขึ้น     ภาพที่ 2 แสดง การทำงานของเบต้ากลูแคน Wellmune WGP®          เนื่องจาก Wellmune WGP®  ทำการเพิ่มประสิทธิภาพของเม็ดเลือดขาว Neutrophil ที่มีอยู่แล้วในร่างกาย(ซึ่งปกติ Neutophil มีอายุเพียง 2-3 วัน เท่านั้น) โดยไม่ได้ไปกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดขาวเพิ่มเติม หรือ ไม่ได้กระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันอื่นๆจึงปลอดภัย       นอกจากนั้น Wellmune WGP® เป็นสาร B-1,3/1,6-Gluco Polysaccharide เป็นสารประเภทคาร์โบไฮเดรต และผ่านกระบวนการผลิตให้มีความบริสุทธิ์สูง จึงไม่ก่อให้เกิดความแพ้ (โดยปกติสารประเภทโปรตีนมักจะก่อให้เกิดการแพ้)    ผลงานรับรองคุณภาพ           ภาพที่ 2 Wellmune WGP®, ได้รับรางวัลนวัตกรรมดีเด่น ในหัวข้อเรื่องผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง เมื่อปี 2007 ที่งาน IFT Food Expo ของสถาบัน Institute of Food Technologists’ (IFT) ในประเทศเม็กซิโก ภาพที่ 3 Wellmune WGP®, ได้รับรางวัลผลงานวิจัยและพัฒนาดีเด่น ในหัวข้อเรื่อง การเพื่มภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ในปี 2009 ภาพที่ 4 Wellmune WGP®, ได้รับรางวัลชนะเลิศ ในหัวข้อเรื่อง การเพื่มภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ในปี 2011   ประโยชน์ - ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงขึ้น ป้องกันโรคหวัด ป้องกันโรคที่เกี่ยวกับทางเดินหายใจทุกชนิด เช่น โรคหวัด โรคภูมิแพ้ ไข้หวัดใหญ่  - ช่วยลดการเจ็บป่วยและความเครียดที่เกิดจากการใช้กำลังทางร่างกายสูง - มีงานวิจัยทางการแพทย์ว่าช่วย ต่อต้านเซลล์มะเร็ง ความปลอดภัย Wellmune WGP® ผ่านกระบวนการผลิตให้มีความบริสุทธิสูง จึงไม่ก่อให้เกิดการแพ้ ได้รับการรับรองจาก - คณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ประเทศไทย - European Food Safety Authority (EFSA) ได้รับการอนุญาตให้ใช้ในอาหาร เครื่องดื่ม และอาหารเสริม ในประเทศแถบยุโรป - Generally Recognized as Safe (GRAS) under U.S. FDA  - Halal - Kosher - Non-allergenic - GMO-free ปริมาณที่แนะนำ ต่อวัน จากผลงานวิจัยต่างๆ สรุปได้ว่าปริมาณของ Wellmune WGP®  ที่แนะนำต่อวัน คือ 250 มิลลิกรัม/วัน หรือ 2.5 มิลลิกรัม/นํ้าหนักตัว/วัน (กรณีใช้ในสูตรอาหารเด็ก)   Wellmune WGP® แตกต่างจาก Beta Glucan แหล่งอื่นอย่างไร Beta Glucan เป็นชื่อเรียกกลุ่มสารกว้างๆซึ่ง Beta Glucan ที่ได้จากแต่ละแหล่ง มีความแตกต่างกันทั้งในด้านโครงสร้าง คุณสมบัติทางเคมี และประโยชน์ต่อร่างกาย ดังนี้ 1. Cereal Beta Glucan เช่น Oat Beta Glucan มีโครงสร้างเป็น Linear Beta 1,3-/1,4 Glucan มีประโยชน์ต่อร่างกายในด้านลด Chloresterol เท่านั้น 2. Mushroom Beta Glucan - มีส่วนประกอบของ Beta Glucan ที่มีโครงสร้าง Short Beta 1,3- Branched B 1,6 และ Branched Beta 1,3-/1,6 Chain ที่แตกต่างกันผสมอยู่ตามธรรมชาติ ทำให้วิเคราะห์ทางเคมีเพื่อหาว่า Beta Glucan โครงสร้างใด ให้ประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไรได้ยาก นอกจากนี้ยังได้มาจากเห็ดหลายสายพันธุ์ จึงทำให้ มีผลวิจัยด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัยจำกัด 3.Yeast Beta Glucan-มีโครงสร้างเป็น Long Beta 1,6- Branched B 1,3 ให้ประโยชน์ต่อร่างกายในแง่ระบบภูมิคุ้มกัน สามารถสกัดและทำให้บริสุทธิ์โดยวิธีที่ได้รับสิทธิบัตร ปลอดภัยและประสิทธิภาพสูง ซึงแตกต่างจาก Beta Glucan ที่ได้จาก Baker Yeast สายพันธุ์อื่นๆ หรือ Brewer Yeast Beta Glucan (ซึ่งสกัดจากของเหลือทิ้งในการหมักเบียร์ จึงมีราคาถูกและมักไม่มี Halal Certificate) ซึ่งข้อมูลจำกัดในด้านประสิทธิภาพความปลอดภัย และไม่ได้รับอนุญาติในหลายประเทศ